เมื่อต้องสอนลูก…ให้รู้จักเรื่องเงิน

  เมื่อต้องสอนลูก…ให้รู้จักเรื่องเงิน

โดยที่ปรึกษาด้านวางแผนการเงิน A – life Plan
บริษัท แอ๊ดวานซ์ ไลฟ์ ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
[email protected] โทร. 02-648-3333

        "Don't save what is left after spending, but spend what is left after saving"
จงอย่าออมเท่าที่เงินเหลือจากการใช้จ่าย แต่จงใช้จ่ายเท่าที่เงินเหลือจากการออม

          สวัสดีครับท่านผู้อ่าน สำหรับวันนี้ผมขอเริ่มต้นด้วยคำกล่าวของ “Warren Buffett”  ซึ่งเรียบง่ายและหลายคนคงเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว แม้คำดังกล่าวจะเรียบง่ายแต่ผมเชื่อว่าหลายท่านอาจจะยังไม่รู้ หรืออาจยังไม่เข้าใจ หรือบางท่านมีความรู้ดี  มีความเข้าใจดีแต่ก็ไม่สามารถทำได้ ท่านผู้อ่านพอจะทราบหรือไม่ครับว่าเป็นเพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น หากเราสังเกตว่าทำไมบางคนมีความรู้เรื่องเงินมากมาย แต่ไม่ค่อยจะมีเงินเก็บเลย กลับกันบางคนมีความรู้น้อยแต่กลับมีเงินเก็บมากมาย แถมมีความมั่งคั่งและมั่นคงทางการเงินอีกด้วย ซึ่งคำถามนี้เป็นคำถามที่น่าสนใจมากและผมจะเฉลยให้ทุกท่านได้ทราบ ในตอนท้ายของบทความนี้นะครับ

          ขอเกริ่นนำก่อนว่า ผมเป็นคนหนึ่งที่ศึกษาการลงทุนอย่างจริงจัง เพราะผมต้องการมีความมั่งคั่งและความมั่นคง ต่อไปยาวๆ แบบเพิ่มพูนไปถึงในรุ่นลูก และรุ่นหลานของผมด้วย ไม่ใช่เฉพาะแค่ในชั่วชีวิตของผมเท่านั้น  ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผมต้องเร่งศึกษาพัฒนาและฝึกฝนเกี่ยวกับเรื่องการบริหารเงินให้มากยิ่งขึ้น หลังจากผมได้ศึกษาเรื่องดังกล่าวมากขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้ทราบว่าการที่คนเราจะประสบความสำเร็จในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้นั้น เราควรจะต้องมีความรู้ในเรื่องนั้นๆสักส่วนหนึ่งก่อน แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นก็คือ เราจะต้องฝึกปฏิบัติจนมีความชำนาญ โดยหากสามารถมีความรู้และปฏิบัติได้ตั้งแต่อายุยังน้อย สิ่งนั้นก็จะกลายเป็นทักษะที่มีความเชี่ยวชาญและสามารถประสบความสำเร็จในเรื่องนั้นๆ ได้อย่างรวดเร็วกว่าคนอื่น สำหรับในเรื่องการบริหารเงินให้ดีก็เช่นกัน “เราก็ควรต้องฝึกทักษะทางการเงินให้มีความเชี่ยวชาญเสียก่อน” โดยยิ่งฝึกตั้งแต่อายุยังน้อย ก็ยิ่งประสบความสำเร็จได้เร็วกว่าคนอื่นๆ ครับ

          ผมคิดว่าท่านผู้อ่านคงพอเห็นภาพคล้อยตามในสิ่งที่ผมกล่าวบ้างแล้วนะครับ และหลายท่านคงอยากทราบว่าถ้าเราต้องการให้ลูกหลานของเราประสบความสำเร็จทางด้านการเงินแล้ว เราควรต้องสอนลูกให้เรียนรู้เรื่องเงิน เมื่อใด??  คำตอบคือ เราควรสอนให้ลูกรู้จักและเรียนรู้เรื่องเงินตั้งแต่ยังเยาว์วัย คือ ตั้งแต่ที่ลูกของเรารู้จักเงิน รู้จักธนบัตร รู้จักเหรียญ และรู้จักการซื้อของนั่นเองครับ  โดยไม่ต้องรอให้โตก่อนแล้วค่อยสอนหรือคิดว่าจะให้ลูกไปเรียนรู้เอง เพราะอาจจะไม่ทันกับพฤติกรรมการใช้เงินของลูกระยะยาวเมื่อเขาเหล่านั้นเติบโตขึ้น ซึ่งเป็นการยากในการสอนเรื่องพวกนี้ในวันข้างหน้า และเมื่อถึงจุดนี้สิ่งที่เราต้องเริ่มสอนลูก คือ สอนให้ลูกรู้จักเงิน รู้จักการออมเงิน รู้จักการประหยัดหรือใช้อย่างพอเพียง และรู้จักคุณค่าของเงิน

          นอกจากนี้ หากเราพิจารณาจากระบบการศึกษาของไทยแล้ว จะทำให้เราทราบว่า เรื่องการเงินไม่ได้ถูกสอนในโรงเรียน หรือถูกบรรจุเข้าไว้หลักสูตรในระบบการศึกษาของไทยเลย ทั้งๆ ที่เป็นสิ่งสำคัญมากๆ ดังนั้น ในส่วนนี้จึงเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่ต้องสอนเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะหากรอให้ลูกเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วค่อยเรียนรู้เอง บางครั้งอาจจะไม่ทันสถานการณ์ เช่น บางคนชอบใช้เงินเกินตัวจนเป็นหนี้มากมาย บางคนแทบล้มละลาย หรือบางคนล้มละลายไปแล้วจึงค่อยมาตระหนักว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องหันมาศึกษาเรื่องเงินๆ ทองๆ อย่างจริงจัง  ซึ่งบ้างครั้งก็อาจจะสายไปแล้วครับ  

          หากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพในอีกมุมนึง ในกรณีนี้ก็เช่นเดียวกันกับการที่เราต้องการให้ลูกเก่งภาษา เก่งคณิตศาสตร์ ซึ่งก็เหมือนกันครับ เพราะคนที่เก่งภาษา ก็เพราะเขาเรียนรู้ ใฝ่รู้ และฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ จนมีทักษะและมีความเชี่ยวชาญในเรื่องภาษา  สำหรับคนที่เก่งคณิตศาสตร์ก็เพราะเขาเรียนรู้ ใฝ่รู้ ฝึกฝนในการอยู่กับตัวเลขอย่างสม่ำเสมอ จนมีทักษะและความเชี่ยวชาญในเรื่องคณิตศาสตร์ เป็นต้น

          ดังนั้น หากท่านต้องการให้ลูกมีความมั่งคั่ง มั่นคงทางการเงิน ท่านต้องให้ลูกของท่านรู้จักการเรียนรู้ และต้องได้รับการฝึกฝน จนมีทักษะและสามารถปฏิบัติได้อย่างเชี่ยวชาญในด้านเงินๆ ทองๆ อย่าเพียงแต่มุ่งเน้นให้ลูกเรียนรู้แต่เนื้อหาทางวิชาการ แต่ไม่ได้สอนความรู้เรื่องเงินเลย ทั้งๆ ที่มีความความสำคัญมากๆในการใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆ ครับ  และสรุปสุดท้ายสำหรับคำตอบในวันนี้ หากอ่านจบแล้วก็อย่าลืมที่จะเริ่มวางแผนปฎิบัติกันด้วยนะครับ เพราะหากเรา “มีเพียงความรู้ทางการเงินอย่างเดียวนั้นคงยังไม่เพียงพอ แต่จะต้องนำความรู้นั้นไปปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จนกลายเป็นทักษะที่เชี่ยวชาญ” ด้วยครับจึงจะได้ความมั่นคงและมั่งคั่งตามเป้าหมาย และที่สำคัญต้องเริ่มฝึกตั้งแต่อายุยังน้อย ตั้งแต่ที่ลูกของท่านยังเด็ก จะได้ไม่สายเกินไปนะครับ แล้วพบกันใหม่สวัสดีครับ