วางแผนช๊อปเงินกันแบบคุ้มค่า

   วางแผนช๊อปเงินกันแบบคุ้มค่า

 โดยที่ปรึกษาด้านวางแผนการเงิน A – life Plan
บริษัท แอ๊ดวานซ์ ไลฟ์ ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
alife.planner@localhost โทร. 02-648-3333

         สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่านกลับมาพบกันอีกครั้งในช่วงวันหยุดพักผ่อนยาวกันอีกแล้วนะครับ สำหรับท่านใดที่วางแผนไปท่องเที่ยวกันอยู่แล้ว ก็ขอให้มีความสุขกับการพักผ่อนและเดินทางกันอย่างปลอดภัย แต่หากท่านใดยังไม่มีแผนไปเที่ยวไหนในวันหยุดยาวนี้ ผมก็มีข่าวดีๆ เกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ มาฝากอีกเช่นเคยครับ เผื่อว่าท่านไหนสนใจที่จะบริหารจัดการเงินหรือปรับเปลี่ยนแผนทางการเงินในช่วงกลางปีนี้ ก็จะได้มีข้อมูลไว้ประกอบการตัดสินใจกันให้พร้อม
 
         โดยในช่วงปลายสัปดาห์ระหว่างวันที่ 7 – 10 พ.ค. 2558 นี้ จะมีการจัดงานมหกรรมทางการเงินครั้งยิ่งใหญ่ขึ้น ซึ่งก็คืองาน Money Expo 2015 นั่นเองครับ ซึ่งถือได้ว่างานนี้เป็นงานทางด้านการเงินแบบครบวงจรที่มีการรวบรวมธุรกรรมทางการเงินต่างๆมากมายมาไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นด้านการขอสินเชื่อต่างๆ ที่ให้เรทอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าท้องตลาด หรือเรื่องของการนำเงินไปลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าด้วยกองทุน หรือประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ หรือหากใครอยากรวยแบบมั่งคั่งและมั่นคง ก็สามารถเลือกใช้บริการวางแผนการเงินกันได้แบบฟรีๆ ซึ่งสถาบันการเงินแต่ละแห่งก็มักจะมาพร้อมข้อเสนอและเงื่อนไขสุดพิเศษมากมาย ทั้งผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนสูงนำมาเปิดขายในระยะสั้นๆนี้ หรือ เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ตลอดจนแคมเปญโปรโมชั่นต่างๆ ที่คุ้มค่าเงินในกระเป๋ามาดึงดูดใจผู้มาร่วมงาน โดยงาน Money Expo นี้ จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 15 ปีแล้ว และในทุกๆ ปี ที่จัดงานก็มักได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม

          เรียกได้ว่าสามารถก่อให้เกิดธุรกรรมทางการเงินและการลงทุนรวมต่อเนื่องกว่า 1.3 ล้านล้านบาท อีกทั้งยังมีผู้เข้าชมงานรวมกว่า 11 ล้านคน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเลยทีเดียวครับ
เรียกได้ว่าการจัดงาน Money Expoแต่ละปีนั้นประสบความสำเร็จเกินคาด บรรยากาศก็แสนจะคึกคัก แต่หากเรามองอีกมุมนึงในเรื่องของกระแสผู้เข้าชมงานที่หลั่งไหลเข้ามานั้น จะเห็นได้ว่าผลตอบรับและความต้องการในการใช้บริการทางการเงินในงานจริงๆ ส่วนใหญ่จะให้ความสนใจในเรื่องของการทำธุรกรรมประเภทการขอสินเชื่อและกู้ยืมซะมากกว่า โดยในปีที่ผ่านมายอดการขอสินเชื่อนั้นรวมเป็นเม็ดเงินกว่า 77,100 ล้านบาทจากยอดการทำธุรกรรมทางการเงินทุกรูปแบบที่ 93,000 ล้านบาท นับเป็นตัวเลขที่สูงมากครับ เมื่อเทียบกับสภาวะเศรษฐกิจ ณ ขณะนั้น

          คราวนี้เรามาดูกันดีกว่านะครับว่า หากเรามีความจำเป็นจะต้องปรับแผนการเงินในช่วงกลางปีนี้ เช่น มีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนจากการกู้ยืม หรือหาแหล่งเงินฝากดีๆ เพื่อเพิ่มผลตอบแทน หรือจะปิดความเสี่ยงด้วยการทำประกันชีวิตเพิ่มขึ้น เราจะมีวิธีในการเลือกสรรผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆในงานนี้อย่างไรบ้างให้คุ้มค่าที่สุด
 
          1. เราควรต้องทราบเกี่ยวกับวิธีในการคำนวณอัตราผลตอบแทนจากดอกเบี้ยเงินฝาก ที่มีการจ่ายดอกเบี้ยไม่คงที่ของสถาบันการเงินต่างๆ ซึ่งสามารถประเมินด้วยการใช้ Interest Rate of Return หรือ IRRเพื่อช่วยในการเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ ค่า IRR ที่คำนวณได้ทั้งก่อนและหลังหักภาษีจะช่วยประกอบการตัดสินใจให้เราได้ว่าสถาบันไหนให้ผลประโยชน์สูงสุดสำหรับเราจริงๆ

          2. การดูผลตอบแทนเงินสดที่เราจะได้รับจริงหลังจากหักภาษี 15% แล้ว ซึ่งอาจนับรวมถึงค่าธรรมเนียมในการเปิดบัญชีออมทรัพย์เพื่อรับดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ATM และหากเรามีความจำเป็นต้องถอนเงินฝากก่อนครบกำหนดจะมีค่าธรรมเนียมด้วยหรือไม่ ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้ เราควรต้องสอบถามเพิ่มเติมเพื่อความสบายใจก่อนตัดสินใจ

          3. สำหรับผู้ที่มองหาผลิตภัณฑ์ประเภทสินเชื่อและการรีไฟแนนซ์  หลายๆ สถาบันจะมีการแข่งขันกันในด้านของอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำในช่วงแรกๆของการกู้ยืม และปรับเป็นลอยตัวหลังจากนั้น ไม่ว่าจะเป็น MLR, MRR หรือ MHR  ดังนั้นผู้ที่จะขอสินเชื่อ ควรต้องศึกษารายละเอียดอีกสักนิดว่าอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อของแต่ละธนาคารที่ใช้นั้น เท่ากันหรือไม่ ซึ่งหาดูข้อมูลได้จากเว็ปของธนาคารแห่งประเทศไทย (www.bot.or.th) ส่วนในเรื่องของการรีไฟแนนซ์นั้น ผมมองว่าสำคัญมากในช่วงดอกเบี้ยเงินกู้ที่ปรับเพิ่มขึ้น หากสินเชื่อบ้านที่มีอยู่ใกล้ครบกำหนด 3 ปี เราควรต้องรีบหาข้อมูล เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายก่อนทำรีไฟแนนซ์ และอัตราดอกเบี้ยเงื่อนไขพิเศษต่างๆ รวมถึงเบี้ยประกันเงินกู้ เพราะค่าใช้จ่ายเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราต้องรับภาระเพื่อแลกกับดอกเบี้ยที่ลดลง

          4. สำหรับนักลงทุนหรือผู้ที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์เพื่อลดหย่อนภาษี ไม่ว่าจะเป็น LTF RMF และประกันชีวิต ซึ่งในปีนี้หลายๆ บริษัทได้นำผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ออกมามากขึ้น ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองในด้านผลตอบแทนที่ได้รับแบบเงินคืนต่อปี เงินคืนในปีสุดท้าย หรือมองในเรื่องความคุ้มครอง ซึ่งหากมองในเรื่องผลตอบแทนก็อาจจะเปรียบเทียบจากค่า IRR หรือผลตอบแทนเฉลี่ยที่ได้กล่าวไปข้างต้น แต่หากมองในเรื่องความคุ้มครองคงต้องเปรียบเทียบทุนประกันต่อเบี้ยที่จ่ายไปนะครับ
 
          นี่ก็เป็นเพียงแนวทางในการตัดสินใจในแต่ละเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ที่จะเข้ามาผูกพันกับเราทั้งระยะสั้นและระยะยาว ดังนั้นในช่วงวันหยุดยาวแบบนี้เราควรเสียเวลาเพิ่มขึ้นอีกสักวันหรือสองวันในการเปรียบเทียบ ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ และกำหนดวางแผนอย่างเป็นระบบก่อนตัดสินใจเลือกทำธุรกรรมใดๆนะครับ และสำหรับผู้ที่สนใจจะให้ทางเอไลฟ์ช่วงวางแผนทางการเงินให้แบบไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ก็สามารถเดินเข้าไปสอบถามได้ที่บูธของเอไลฟ์หมายเลข N24ในงาน Money Expo 2015 นี้กันได้นะครับ