แผนทางเลือกการออมเงิน ด้วยผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต

แผนทางเลือกการออมเงิน ด้วยผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต

 

ในปัจจุบันการทำประกันชีวิตนับเป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกในการออมเงินอันดับต้นๆ ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในเรื่องของการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยในที่นี้หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบถึงข้อดีของการใช้ประโยชน์ทางภาษีจากการทำประกัน ว่าการที่เราทำประกันชีวิตนอกจากจะเป็นตัวช่วยในการออมเงินของคุณในระยะยาวแล้ว ยังมีความสำคัญต่อการวางแผนรายได้ในอนาคตของคุณอีกด้วย เนื่องจากว่า ภาษีมีผลกระทบต่อ “เงินสด” ของคุณ

เพราะในปีๆ นึงคุณต้องเสียภาษีให้กับรายได้หลักที่หามาได้จากการทำงานซึ่งมักจะเป็นเงินก้อนใหญ่ แต่หากคุณมีการใช้ประโยชน์ทางภาษีอย่างเต็มที่ โดยซื้อผลิตภัณฑ์ประกันไว้ลดหย่อน คุณก็สามารถนำเงินในส่วนนี้กลับคืนมาในรูปแบบของ ”เงินสด” เพื่อนำมาใช้เป็นรายได้หรือนำมาลงทุนต่อ และยังเป็นการเพิ่มเงินออมสำหรับการเกษียณได้อีกด้วย แต่หากไม่ได้บริหารจัดการและใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ก็เหมือนกับว่าคุณกำลังทิ้งเงินสดก้อนนี้ไปฟรีๆ ในแต่ละปีเลยนะครับ นอกจากนี้ ภาษียังมีผลต่อรายได้หลังเกษียณ เพราะเมื่อหยุดทำงานหรือเกษียณไปแล้วภาษีไม่ได้หยุดตาม ตราบใดที่คุณยังมีรายได้เข้ามาอยู่ ไม่ว่าจะป็นรายได้จากเงินปันผล จากดอกเบี้ยเงินฝาก รายได้จากค่าเช่า เป็นต้น ซึ่งหมายความว่าเงินรายได้ที่คาดหวังว่าจะได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยหลังจากเกษียณจะต้องถูกหักไปเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีส่วนนึง จึงทำให้แหล่งเงินรายได้หลังเกษียณที่คาดว่าจะได้ 100 % นั้นลดลงอย่างแน่นอน

ส่วนหลักเกณฑ์ในการลดหย่อนภาษีจากการทำประกันนั้นก็มีให้เลือกอยู่สองทาง แต่ถ้าจะให้ดีผมแนะนำให้ทำทั้งสองทางเลยควบคู่กันเลยครับ นั่นคือ 1. การลดหย่อนจากเบี้ยประกันชีวิต โดยมีเงื่อนไขว่าประกันชีวิตที่เราเลือกนั้นต้องมีอายุกรมธรรม์เกิน 10 ปี และเบี้ยประกันที่ได้ชำระไว้ในแต่ละปี จะสามารถนำมาลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท นอกจากนี้ในส่วนของประกันชีวิตผลตอบแทนที่ได้รับยังไม่ต้องเสียภาษีอีกด้วยครับ โดยในส่วนนี้ถือเป็นจุดต่างที่เป็นข้อได้เปรียบของการออมเงินผ่านประกันชีวิต เมื่อเทียบกับการออมเงินในรูปแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการออมเงินกับธนาคาร หรือ การออมโดยซื้อหุ้นกู้ เป็นต้น ที่ผลตอบแทนที่ได้รับจะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่หากเป็นประกันชีวิตแล้วผลตอบแทนที่คุณจะได้รับทั้งเงินคืนระหว่างสัญญา หรือเงินคืนเมื่อครบกำหนดสัญญาก็สามารถรับกันได้แบบเต็มๆ ไม่ต้องเสียภาษี

2. การลดหย่อนจากเบี้ยประกันแบบบำนาญ สามารถลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท ประกันประเภทนี้จะเน้นการออมเงินเพื่อให้มีเงินใช้ในช่วงหลังเกษียณอายุ โดยจะได้รับเงินคืนคล้ายๆ กับเงินบำนาญ ส่วนลักษณะของประกันชีวิตแบบบำนาญที่สามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีต้องสังเกตุกันให้ดีๆ นะครับ เผื่อซื้อพลาดกลายเป็นไม่เข้าข่ายประกันบำนาญ แต่ไปเข้าข่ายของประกันชีวิตแทน เดี๋ยวจะได้ลดหย่อนไม่เต็มโควต้ากัน ซึ่งประกันบำนาญจะมีเงื่อนไขอยู่ว่าต้องมีระยะเวลาเอาประกันภัย 10 ปีขึ้นไป ซึ่งการนับระยะเวลาเอาประกันภัยดังกล่าวให้เริ่มนับตั้งแต่อายุเริ่มทำประกันชีวิตจนถึงอายุสุดท้ายที่รับบำนาญ และเริ่มจ่ายเงินบำนาญตั้งแต่อายุ 55 ปี ขึ้นไปจนถึงอายุไม่ต่ำกว่า 85 ปี และต้องไม่มีการจ่ายผลประโยชน์อื่นใดก่อนรับเงินบำนาญ ยกเว้นผลประโยชน์กรณีการเสียชีวิตการจ่ายผลประโยชน์เงินบำนาญในช่วงรับบำนาญ และต้องกำหนดจ่ายผลประโยชน์เงินบำนาญรายงวดอย่างสม่ำเสมอ

โดยในส่วนที่ลดหย่อนนี้จะไม่รวมกับการลดหย่อนภาษีของการทำประกันชีวิตปกติที่ลดได้ 100,000 บาทนะครับ ทำให้ทุกๆ สิ้นปีที่คุณชำระค่าเบี้ยประกันสามารถลดหย่อนรวมได้สูงสุดถึง 300,000 บาท นั่นเองครับ ดังนั้นหากคุณผู้อ่านที่ยังไม่เคยใช้สิทธิทางภาษีด้วยการลดหย่อนผ่านประกันชีวิตก็ลองเก็บไว้พิจารณาเป็นทางเลือกในการเพิ่มรายได้กันด้วยนะครับ ดีกว่าปล่อยให้เงินรายได้ที่เราหามาหายไปทุกปีๆ สำหรับประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ทางเลือกในการออมเงินอย่างประกัน นอกจากจะมีเรื่องที่ผมได้กล่าวไปแล้ว ก็ยังมีในส่วนของการปกป้องและคุ้มครองชีวิตให้แบบอัตโนมัติอีกด้วยครับ เพราะชื่อก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าเป็น “ประกันชีวิต” ยังไงก็คงขาดส่วนนี้ไปไม่ได้อย่างแน่นนอน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับเงินฝาก หรือเงินออมในผลิตภัณฑ์การเงินประเภทอื่นๆ แล้ว จะไม่มีการให้ความคุ้มครองชีวิตแบบนี้เลยนะครับ ให้ได้แค่ผลตอบแทนเท่านั้น และอย่างที่กล่าวไปว่าการทำประกันชีวิตจะช่วยปกป้องชีวิตของผู้ทำ

ดังนั้นหากวันใดวันหนึ่งคุณเกิดเสียชีวิตกระทันหัน เงินออมที่ทำผ่านประกันชีวิตจะเป็นมรดกตกทอดสู่ทายาทหรือผู้รับผลประโยชน์ของคุณตามที่ได้ระบุเอาไว้ทันที โดยที่ผู้รับผลประโยชน์สามารถนำกรมธรรม์ประกันชีวิตและใบมรณะบัตรไปติดต่อขอรับเงินสินไหมจากบริษัทประกันชีวิตได้ทันทีและไม่ต้องรอคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดก แต่หากคุณนำเงินไปฝากเอาไว้ในสถาบันการเงิน หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ เงินฝากเหล่านั้นจะไม่ตกทอดสู่ทายาทของคุณโดยทันที ต่อให้คุณได้เขียนพินัยกรรมเอาไว้แล้วก็ตาม แต่ทายาทหรือผู้รับผลประโยชน์จะต้องไปร้องขอต่อศาลเพื่อแต่งตั้งผู้จัดการมรดกก่อน จึงจะสามารถนำคำสั่งศาลไปขอรับเงินที่คุณได้ฝากไว้ในสถาบันการเงินต่างๆ คืนได้ ทำให้ต้องเสียเวลาในการดำเนินการมากขึ้น แถมยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมขึ้นอีกด้วยครับ

จะเห็นได้ว่าการออมเงินผ่านประกันชีวิตนั้นเป็นทางเลือกที่ดีมากทางเลือกหนึ่งจริงๆ จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมในต่างประเทศจึงนิยมทำประกันชีวิตกันไว้มากมายคนละหลายกรมธรรม์ เพราะไม่เพียงแค่เราทำแล้วเราจะได้เพียงฝ่ายเดียว แต่ประโยชน์จากการทำยังได้ในระยะยาว ได้กันหลายด้าน และยังได้กระจายประโยชน์ต่อไปสู่ลูกหลานของเราอีกด้วยนะครับ