Risk & Opportunity the Effect on your Financial Strategy

Risk & Opportunity the Effect on your Financial Strategy

 

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ในครั้งที่แล้วผมได้โยงเรื่องการลงทุนกับทฤษฎีเกมทางเศรษฐศาสตร์ในการนำมาใช้วิเคราะห์ผลลัพธ์ต่อปฏิสัมพันธ์ในการตัดสินใจ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับการเดินหมากรุกที่ผลแพ้ชนะนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเดินหมากของเราเพียงฝ่ายเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเดินของฝ่ายตรงข้ามและการตอบโต้กลับด้วยกลยุทธ์ของเราว่าดีแค่ไหน รวมถึงความสามารถในการอ่านสถานการณ์ที่มีโอกาสจะเกิดขึ้นได้เฉียบขาดและแม่นยำที่สุด เช่นเดียวกันกับการลงทุนหลังจากที่เราได้มีการวางแผนการลงทุนเพื่อให้ตอบสนองต่อเป้าหมายทางการเงินที่เราได้วางไว้ และนำแผนไปลงมือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดจนเกิดเป็นวินัยทางการเงินแล้ว สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยในการให้แผนนั้นมีโอกาสที่จะสำเร็จมากขึ้นนั่นคือการปรับปรุงแผนการอย่างสม่ำเสมอ โดยผมแนะนำว่าควรทำอย่างน้อยทุก 6 เดือน หรือ 1 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในแต่ละช่วง และส่งผลให้การเดินทางไปยังเป้าหมายเป็นการเดินทางที่อยู่บนเส้นทางแห่งความเป็นจริงมากขึ้น

ดังนั้นจุดเริ่มต้นของการปรับปรุงแผนโดยการมองไปยังข้างหน้าว่าในอนาคตจะมีโอกาสและความเสี่ยงใดรอให้เราฉกชิงความได้เปรียบมาได้บ้างน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และอย่างที่ผมเรียนให้ทราบในตอนต้นว่าเกมนี้วัดกันด้วยความสามารถในการอ่านสถานการณ์ ดังนั้นในวันนี้เราลองมานั่งไล่ดูกันครับว่าสิ้นปีที่เหลือนี้ทิศทางของตลาดมีสัญญาณทางเศรษฐกิจใดบ้างที่เราควรจับตา เพื่อให้รู้ทันความเสี่ยงที่จะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ต่างๆ  เริ่มแรกด้วยปัญหา Geopolitical Risk ทั้งในคาบสมุทรเกาหลีที่ล่าสุด UNSC ได้อนุมัติมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือครั้งใหม่และเป็นครั้งที่เข้มงวดที่สุดเท่าที่เคยมีมาเพื่อตอบโต้ต่อการทดสอบอาวุธนิวเคลีย์ ตามด้วยความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐที่ยังคงมีความตรึงเครียดให้เห็นหลังการอนุมัติมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียครั้งใหม่ทำให้รัสเซียตอบโต้ด้วยการขับไล่เจ้าหน้าที่ทางการทูตของสหรัฐออกจากประเทศ รวมไปถึงความขัดแย้งในชาติอาหรับที่ยืดเยื้อ

นอกจากนี้ประเด็นในเรื่องของแนวโน้มการกีดกันทางการค้าที่ดูเหมือนจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนได้จากเสียงของประชาชนในอังกฤษที่ต้องการออกจากกลุ่มประเทศยูโรและกระแสการเรียกร้องการปกป้องเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่คอยฉุดรั้งต่อการค้าเสรีที่เคยมีมาในอดีต และสำหรับกรณีของสหรัฐท่าทีของผู้นำประเทศที่ค่อนข้างชัดเจนในเรื่องของนโยบาย America First โดย โดนัลด์ ทรัมป์ ยังเตรียมตอบโต้นโยบายการค้าที่ไม่เป็นธรรมของจีนที่อาจทำให้จีนต้องเผชิญกับมาตรการกีดกันทางการค้า ซึ่งจะบั่นทอนความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้เลวร้ายลงและก่อให้เกิดสงครามทางการค้าตามมา ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง ทั้งยังสร้างความกังวลต่อประเทศที่เกินดุลการค้าจำนวนมากกับสหรัฐที่อาจโดนมาตรการนี้เช่นกัน

ในส่วนของภายในประเทศสหรัฐเองก็ยังคงมีความไม่แน่นอนทางการเมืองออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากในกรณีปลดและลาออกของผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง รวมถึงความขัดแย้งภายในพรรครีพับลีกันที่สะท้อนออกมาจากความล้มเหลวในการผ่านร่างกฎหมายประกันสุขภาพ เริ่มทำให้นักลงทุนในตลาดเป็นกังวลต่อการร่างกฎหมายยกระดับเพดานหนี้ที่รัฐบาลสหรัฐก่อขึ้น เพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมของรัฐบาลที่ได้อยู่ในจุดสูงสุดของเพดานหนี้ในปัจจุบัน และหากไม่สามารถผ่านการเพิ่มเพดานหนี้ได้จะทำให้เกิดเหตุการณ์ Government Shutdown ซึ่งจะส่งผลเป็นลูกโซ่ไปในหลายภาคส่วน นอกจากนี้ตลาดยังคงจับตาความเคลื่อนไหวของ FED ต่อการเริ่มปรับลดงบดุลและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งที่เหลือในปีนี้ ในด้านของยุโรปก็เป็นช่วงโค้งสุดท้ายก่อนที่จะมีการเลือกตั้งของเยอรมนีในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งหากผลสำรวจชี้ว่านาง Angela Merkel สูญเสียความนิยมจนอาจพ่ายแพ้การเลือกตั้งในครั้งนี้ ก็จะส่งผลไปยังตลาดเงินโลกให้ผันผวนอีกครั้ง ถึงแม้จากผลการเลือกตั้งในฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ในช่วงที่ผ่านมาจะช่วยบรรเทาความกังวลดังกล่าวไปได้ระดับหนึ่ง รวมถึงเศรษฐกิจยุโรปที่อาจจะได้รับผลบวกจากการแยกตัวของอังกฤษหลังธุรกิจหลายแห่งเริ่มวางแผนย้ายสำนักงานออกจากอังกฤษ โดยมีเป้าหมายส่วนใหญ่ไปที่เยอรมนีและไอร์แลนด์ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบทางลบต่อการเติบโตของอังกฤษในท้ายสุด

ในส่วนของเศรษฐกิจไทยนั้นมีทิศทางการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปจากการลงทุนของภาคเอกชนและรัฐบาลที่ยังขยายตัวได้ดี และโครงการลงทุนขนาดใหญ่จากภาครัฐก็มีความชัดเจนขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ในส่วนของภาคการบริโภคยังขาดปัจจัยสนับสนุนทำให้ภาพรวมเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำทำให้อัตราดอกเบี้ยยังคงทรงตัวอยู่ในระดับเดิม และจากความไม่แน่นอนจากต่างประเทศส่งผลให้ปัจจุบันค่าเงินบาทยังคงแข็งค่าจากเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้ามา เป็นอีกปัจจัยที่น่าจับตามองซึ่งอาจจะส่งผลต่อตัวเลขการส่งออกของไทยในช่วงปลายปีที่เหลือ รวมถึงกรอบเวลาที่ประเทศไทยจะเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งเพื่อหาโฉมหน้ารัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับตัวอย่างสถานการณ์เศรษฐกิจที่ผมได้นำมาแชร์ในวันนี้ ซึ่งผมมองว่ามันเป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาส อยู่ที่เราจะเลือกมองในมุมใดและเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดควรพยายามหาแนวทางในการปรับพอร์ตที่ดีที่สุดภายใต้สภาวะต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น โดยการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตโฟลิโอไปในหลากหลายสินทรัพย์ รวมถึงการลงทุนในต่างประเทศและในความเสี่ยงที่เรารับได้เพื่อป้องกันผลกระทบจากความผันผวนที่เกิดขึ้น แล้วกลับมาพบกันใหม่ในครั้งหน้า สำหรับวันนี้สวัสดีครับ